THE MOON AROUND

posted on 09 Dec 2008 15:09 by chocoalone

THE MOON AROUND

KANGIN & LEETUEK

ผลงานเรื่องที่สองครับ ฝากผลงานด้วยละ^^

เป็นยังงัยอย่าลืมติชมกานมานนะครับ

 

 

 

 

 

ในบทเพลงหลายบทเพลง มักเอื้อนเอ่ยถึงคนบนโลกที่อ้อนวอนอยากเข้าใจความรู้สึกของพระจันทร์บนท้องฟ้า กับแสงสว่างสีเหลืองนวลยามต้องแสงจากพระอาทิตย์ก่อนทอฉาบมายังพื้นโลกยามราตรี ก่อเกิดเป็นแรงบันดาลในในการขับขานบทเพลง และกวีนับร้อยพันที่ร่ายทำนองแห่งความรักมิเลือนหายไปตามการดำรงอยู่ของชีวิตมนุษย์ หากกลับกู่ก้องและเลอค่าตามการขับขานของมันเหล่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว จะมีใครบ้างที่ฉุกคิดขึ้นว่า พระจันทร์ต่างหากที่ต้องเฝ้าคอยถามใจตัวเองว่า ผืนโลกเขาคิดอย่างไรกับเรา เพราะโลกไม่เคยเดินทางรอบดวงจันทร์ แต่กลับเป็นดวงจันทร์ที่หมุนวิ่งวนวัตถุทรงกลมแป้นนี้……ตลอดเวลาอย่างไม่เคยหยุดพัก

 

อีทึกเหม่ออะไรของนายเนี่ย ไปกินข้าวกันเหอะหิวแล้ว

 

อ่ะอือ

 

ความคิดเรื่องดวงจันทร์หลุดพ้นออกจากห้วงความคิดของฉัน เมื่อได้ยินเสียงเรียกของคนๆหนึ่ง หนุ่มร่างใหญ่ผู้มีไหล่ที่กว้าง ตัวสูงยาว ผมซอยสั้นหน่อยๆสีดำเข้ม และดูเป็นคนอบอุ่นอย่างที่สุด คนที่ความสัมพันธ์ของเราดำรงอยู่ในฐานะของคำว่า เพื่อนนั่นเป็นสิ่งที่ทุกคนคิดว่าเราเป็นและเขาก็คงคิดเช่นนั้น แต่จริงๆแล้ว ใจของฉันกับขัดแย้ง สับสน และปฎิเสธความรู้สึกนี่ตลอดมา เพราะฉันรักเขามากเหลือเกิน เกินกว่าจะเป็นแค่เพื่อนกัน

                                                                         

นายอยากกินอะไรล่ะ คังอิน

 

คิมยองอุน หรือ คังอิน คือชื่อของเขา เท่าที่จำความได้ เรารู้จักกันตั้งแต่ช่วงที่เริ่มเป็นวัยรุ่น เราเรียนที่เดียวกัน อยู่หอเดียวกัน และมันคงนานพอที่ฉันจะกล่าวได้ว่าฉันรู้จักเขาเกือบมากกว่าใคร แต่กลับกันด้วยความลับที่ฉันมีจึงกลายเป็นเหมือนว่าฉันกลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคังอินเลย และคังอินก็เช่นเดียวกัน

 

นายเคยแอบรักใครรึเปล่า อีทึก

 

ไม่นิ มีอะไรรึเปล่า

 

ไม่มีอะไรหรอก

 

“….”

 

บทสนทนาจบลงอย่างเรียบง่าย ฉันก้มหน้ารับประทานอาหารในจานข้าวต่อไป สีหน้าฉันนิ่งเงียบ แต่ใจของฉันกลับสูบฉีดอย่างประหลาด ท้องไส้บิดมวนอย่างไม่เคยเป็น กับคำถามที่ว่า คิมยอมอุนกำลังตกหลุมรักใคร

 

นายไม่อยากรู้เหรอ  ผู้ชายตรงหน้าเงยหน้าจากจานอาหาร ริมฝีปากคลี่ยิ้มออกอย่างมีเลศนัย

 

ไม่รู้สิ  ก็นิดหน่อยฉันเกริ่นเบาๆ

 

เดี๋ยวก็รู้ร่างหนายิ้มกว้างก่อนก้มหน้าไปจัดการอาหารตรงหน้าต่อ ทิ้งคำถามให้ฉันขบคิดต่อไป

 

หลังจากที่ฉันได้รับรู้เรื่องของเพื่อนคนนี้ทำให้ฉันใคร่รู้ในคำตอบมากขึ้น  ใครกันนะที่ผู้ชายที่ไม่ค่อยเปิดเผยความรู้สึกคนนี้ต้องการจะบอกรัก เพราะที่ผ่านมาฉันไม่เคยเห็นเขาบอกรักใครเลย

 

เหม่ออีกแล้วนะรอยยิ้มบางๆปรากฎบนใบหน้า

 

มีอะไรหรอ

 

นี่อ่ะ ไวท์ช๊อคโกแลต ชอบมั๊ยบรรจุภัณฑ์สีขาวสะอาดมีลวดลายสีแดงเล็กน้อยเป็นรูปริ้บบิ้นสีแดงสดขดเกลียวเป็นรูปหัวใจ ถูกยื่นมาให้ตรงหน้าฉัน

 

รู้ได้ไง..ว่าชอบฉันนึกในใจ  เอ่อ ว่าแต่ทำไม่ถึงซื้อมาให้ล่ะฉันเริ่มยิ้ม รู้สึกปรีดาอย่างบอกไม่ถูก

 

ก็เห็นมันน่าอร่อย ลองกินดูสิชอบรึเปล่า หน้าตาท่าทางอยากรู้ของคนๆนั้นทำให้ฉันใจเต้นแรงยิ่งขึ้น

 

เก็บไว้ก่อนได้รึเปล่า ค่อยกินตอนเย็นๆ

 

อื้อ

 

นี่เป็นแค่ตัวอย่างแรก ของพฤติกรรมแปลกๆของเพื่อนคนนี้ บางทีฉันรู้สึกเอะใจแอบเข้าข้างตัวเองว่า คนๆที่ร่างหนารักคงเป็นฉัน แต่สุดท้ายก็ต้องสลัดมันทิ้งไปทุกที

 

เวลาผ่านไปดวงตะวันลาขอบฟ้าแล้ว ดวงจันทร์ทอแสงลงมายังพื้นโลก แสงมีเหลืองนวลที่ไม่ได้มาจากพลังของตัวเอง หากแต่มาจากพระอาทิตย์ที่แสนไกล และฉันก็คงเป็นเช่นดวงจันทร์

 

ช่วงนี้นายเหม่อบ่อยๆนะอีทึกเสียงของเขากระตุ้นฉันออกจากภวังค์อีกครั้ง ผู้ชายร่างหน้าในเสื้อกล้ามสีขาวสะอาดตา กับกางเกงผูกสีส้ม ค่อยๆเดินออกมานอกระเบียง เขากางแขนล่ำ ค่อยๆบิดตัวเพื่อไล่ความขี้เกียจ ก่อนเสียงอากาศที่ถูกสูดเข้าเต็มปอดในแผ่นอกหนาและกว้างของเขา

 

เฮ้อ..อากาศดีจัง  เสียงลมหายใจที่ถูกพ้นออกมา รอยยิ้มผุดขึ้นอีกครั้งก่อน และมันถูกส่งมาให้ฉัน

 

อืม

 

อีทึก  ถามไรหน่อยได้รึเปล่า

 

ถามมาสิ

 

ถ้า นายรักใครซักคนนายจะกล้าบอกรักคนๆนั้นมั๊ย

 

กล้าสิ  ถ้านายไม่บอกเขาจะรู้ได้ยังไง จริงมั๊ยฉันแอบเชียร์ในน้ำเสียง เผื่อบางทีมันอาจจะเป็นฉัน

 

เหรอ  งั้นพรุ่งนี้ไปเที่ยวกันนะ

ไปไหน….เหรอ

 

เดี๋ยวก็รู้เองล่ะแขนกว้างถูกส่งมาโอบไหล่ฉัน ก่อนที่มันจะถูกคลายออกไป

 

ไปนอนก่อนนะร่างหนาเดินเข้าไปในห้องนอน ทิ้งฉันยืนอยู่กับแสงจันทร์

 

“…”  ฉันนิ่ง แอบยิ้มเล็กยิ้มน้อยคนเดียว อย่างมีความสุข

 

คืนนั้น

 

หมอนข้างใบเล็กๆลายหมีพูห์ถูกวางกั้นระหว่างเรา คังอินหลับแล้ว เสียงลมหายใจเบาๆดังออกเป็นระยะบอกถึงการนิทราอย่างสนิท  ในทางกลับกันฉันกลับนอนไม่หลับ ความมืดมิดที่บัดนี้เริ่มคุ้นชินจนมองเห็นสิ่งๆต่าง โดยเฉพาะหน้าของคังอิน แก้มเนียนขาว ที่รับกลับผมดำสนิท จมูกโด่งเรียวที่โค้งชู้ขึ้นในอากาศช่างดูโดนดเด่นในความมืดมิด

 

อืออ…” เสียงสลึมสะลือของคังอินดังขึ้นเบาๆ ก่อนแขนล่ำจะค่อยๆ ลอยข้ามหมอนข้างสีฟ้ามาโอบร่างบางๆของฉัน

 

ฉันรักเธอขอบใจนะอีทึก  คังอินละเมอเบาๆ

 

ใจของฉันพองโต และเต้นระทึกอย่างรุนแรง น้ำใสๆเริ่มเอ่อล้นออกจากตาของฉันเบาๆ ฉันไม่อยากเช็ดมันออกจากใบหน้า เพราะมันคือน้ำตาแห่งความดีใจ หลายปีที่เราอยู่ด้วยกัน คำๆนี้คือคำที่ฉันปรารถนาอยากจะฟังที่สุดและสุดท้ายฉันก็ได้ยิน ฉันค่อยๆดึงหมอนข้างออกจากการเป็นเครื่องกีดขวางระหว่างเรา ก่อนที่ฉันจะค่อยๆซุกหน้าของฉันไปอยู่ในอ้อมกอดของเขา และดูเหมือนคังอินจะตอบรับ เขาบรรจงโอบร่างของฉัน กลิ่นกายอ่อนๆของคังอินให้ความรู้สึกผ่อนคลาย จนในที่สุดฉันก็ผลอยหลับไปในอ้อมกอดของคนที่ฉันรัก

 

เช้าวันต่อมา

 

แสงตะวันสาดส่องพื้นโลกอีกครั้ง ดอกไม้เงยหน้ารับกับความอบอุ่น พร้องแบ่งบานประชันสีสันโอ้อวดเรียกเหล่าผึ้งภมรตัวเล็กๆ ที่กำลังเขม้นทำงานตามหน้าที่ เสียงหมู่นกบรรเลงบทกวียามอรุณ สะกิดฉันให้ตื่นจากห้วงนิทรา ฉันรีบล้างหน้าล้างตามาทำอาหารเช้า ไข่ดาวและชีสแฮมถูกจัดในการเรียงเป็นระเบียบอย่างที่ฉันคิดว่าสวยงาม หลังจากนั้น ฉันก็รีบกุลีกุจอเปิดตู้เสื้อผ้าของคังอิน หยิบเสื้อตัวที่คิดว่าเขาต้องดูดีที่สุดมารีดให้เรียบ แอบฉีดน้ำหอมกลิ่นโปโลสปอร์ตหอมอ่อนๆ ลงบนเสื้อเบาๆ

 

ตื่นเช้าจังเลย อีทึกร่างหนาที่เพิ่งตื่นจากนิทรา ร้องทักฉัน

 

อื้อ..อาหารเช้าเสร็จแล้วนะ  ละก็เสื้อผ้าก็รีดให้แล้ว เดี๋ยวรีบไปกินแล้วไปข้างนอกตามที่นายบอกกัน เดี๋ยวจะสายซะฉันรู้สึกว่าฉันอารมณ์ดีมากไปรึเปล่านะ แต่ช่างเถอะ

 

ขอบใจนะ น่ารักที่สุดเลยมือหนายกขึ้นมาลูบหัวฉันเบาๆ ฉันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความรักที่ส่งผ่านมือคู่นั้น

ไม่เป็นไร พ่อหมีฉันยิ้มกว้าง

 

ทำไมวันนี้อารมณ์ดีจัง  คิ้วหนาถูกเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างสงสัย

 

ไม่มีอะไรหรอกรีบกินรีบไปเหอะฉันเร่ง

 

โอเคๆ

 

อาหารเช้าวันนี้คงเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในชีวิตของฉัน วันนี้ทีคังอินพาออกไปเที่ยวข้างนอกคงเพราะจะบอกรักฉันแน่ๆ ยิ่งคิดฉันก็ยิ่งดีใจจนแทบเก็บความรู้สึกไว้ไม่ได้

 

ยิ้มอะไรน่ะ หมู่นี้แปลกๆนะเรา

 

เปล่า ไม่มีอะไรหรอก

 

ไอ้นี่นิ แปลกแฮะ

 

ฉันไม่ได้ตอบบทสนทนานี่ก่อนจะหันไปสนใจกับทิวทัศน์ข้างๆทางที่เลื่อนฉายเปลี่ยนไปตามความไวของรถเล็กซัสสีขาวที่คนขับรถกำลังจะบอกรักฉัน!

 

อีทึกรอตรงนี่นะเก้าอี้ไม้สานสีน้ำตาลอ่อนพร้อมเบาะที่นั่งขาวสะอาดถูกเลื่อนมาให้ฉันนั่ง

 

ขอบคุณฉันยิ้มและนั่งลงแต่โดยดี

 

เดี๋ยวมานะ รอตรงนี้น่ะวันนี้คังอินดูลุกลี้ลุกลนพิกล คงเป็นเพราะตื่นเต้นแน่ๆ ฉันแอบคิดเช่นนั้น แต่ฉันก็ตีนิ่งเพียงแต่ยิ้มหยักหน้ารับเบาๆ

 

ฉันนั่งอยู่ที่เก้าอี้ไม้นั่นมองดูชายร่างใหญ่ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำเท่ห์ที่ฉันเลือก กลิ่นน้ำหอมโปโลสปอร์ตยังคงฟุ้งจางอยู่บริเวณที่ฉันนั่งอยู่ ฉันสัมผัสได้อย่างนั้น และไม่นานของการรอคอย ดอกไม้สีขาวช่อใหญ่อยู่ในมือของชายคนนั้น และนี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาขอตัวออกไป ร่างหนาในชุดดำค่อยๆก้าวมาใกล้เรื่อยๆ รอยยิ้มอ่อนโยนถูกส่งทอดผ่านมาให้ฉัน ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนในที่สุด เขานั่งลงตรงหน้า ดอกไม้สีขาวคงอยู่ในมือหนาของเขา เขาเงียบซักพักก่อนที่ดวงตาของเขาจะโตขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข

 

อีทึก

 

อื้มใจฉันสั่นระรัว มันไม่เคยเต้นแรงอย่างนี้มาก่อน ฉันว่าฉันทำใจมานานแล้วน่ะ แต่พอถึงเวลาฉันยังไม่พร้อมจะรับฟังคำนั้นเลย แต่ยังไงก็เถอะ เอ่ยมันออกมาสิ ฉันจะตอบรับมันอย่างดี ฉันสาบาน

 

ฉัน…”

 

เอ่ยมันออกมาเถอะ

….

 

ยองอุนนนนน  เสียงประหลาดแทรกขึ้นมาระหว่างการรอคอยของฉัน หญิงสาวผมยาว ร่างเรียว ตากลมโตหน้าคมเข้มปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเราสองคน เธอยิ้มให้ฉันก่อนเดินมาหาคังอิน ฉันยอมรับว่าเธอดูสวยทีเดียว และฉันเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งประหลาดๆ เกิดขึ้นในใจฉัน

 

นี่ คิม มิน อา หรือเรียกว่ามินมิน ก็ได้ เอ่อ ตอนนี้เขาเป็นแฟนฉันละ ฉันเพิ่งบอกรักเธอเอง

 

อันยองคะ จองซูใช่มั๊ยคะเธอกล่าวทักทายฉันพร้อมกับยื่นมือเรียวมาให้

 

อ่ะคับ เรียกผมว่าอีทึกก็ได้ มินมินฉันตอบรับ ตีหน้ายิ้มแต่ในใจสับสนที่สุด

 

มินมินต้องขอบคุณอีทึกมากเลยนะคะ ถ้าไม่มีคุณ ป่านนี้ มินมิน คงไม่ได้มีคนรักน่ารักแบบนี้แน่เลยผู้หญิงคนนั้นใช้คำว่ารัก กับคังอิน และการกระทำของคังอินที่ตอบสนองต่อเธอ ก็ดูเหมือนว่าแป็นคนรักกันจริงๆ

 

ขอบใจนะอีทึกคังอินพูดคำๆนั้นขึ้นมาอีกครั้ง

 

ไวท์ชอคโกแลตนั้น ฉันลองซื้อมาให้นายชิมน่ะ ว่าอร่อยมั๊ย อเพราะฉันใช้มันจีบมินมินน่ะ ขอโทษนะที่แอบเงียบไม่ยอมบอกเพื่อนสนิทอย่างนาย ตอนแรกฉันก็ไม่กล้าบอกรักมินมินหรอก จนฉันไปถามนาย และได้คำตอบจากนาย ฉันก็เลยตาสว่างน่ะ คังอินยิ้มกว้างกระชับมือแฟนสาวแน่นยิ่งขึ้น

 

อ่อ ไม่เปนไรๆฉันตีหน้ายิ้ม รู้สึกชา และเริ่มตะหงิดๆที่ตา

 

วันนี้ฉันตัดสินใจมาบอกรักมินมินเลย ฉันเลยพานายมาด้วยกะว่าแห้วจะได้พยุงฉันกลับไป แต่ที่ไหนได้มินมินกลับเป็นฝ่ายเอาดอกไม้สวยๆ พวกนี้มาให้ฉันซะนี่ มินมินที่โดนแซวหน้าเริ่มแดงก่อนจะตีมือร่างหนาเบาๆอย่างเขินอาย

 

เอ่า อีทึกน้ำตาไหลน่ะ เป็นอะไรรึเปล่ะมินมินถามทำให้ฉันเริ่มรู้สึกอุ่นๆบนใบหน้าขึ้นมาจริงๆ และน้ำตาของฉันมันก็กำลังไหลอยู่

 

อ๋อ ตะลึงจนตาค้าง แล้วฝุ่นมันเข้าตาน่ะคับฉันกุเรื่องก่อนขอตัวไปล้างหน้า ฉันลุกมาจากโต๊ะอาหารสีสวย เดินออกมาจากภาพตรงหน้า ทุกๆอย่างที่ฉันคิดมันเป็นแค่ความเข้าใจผิด จริงๆ คังอินก็ไม่ได้แสดงอะไรมากเป็นพิเศษในช่วงเวลาที่ผ่านมา ฉันคิดไปเองทั้งนั้น ยิ่งคิดใจฉันยิ่งปวดร้าว ฉันวิ่งออกมาจากร้านอาหารชื่อดังโดยไม่สนใจใคร ผ่านผู้คนที่ไม่คิดว่าจะเจอใครอีกในชีวิตและไม่คิดอยากจะเจอ และสิ่งที่ฉันกำลังสัมผัสได้คือเสียงๆหนึ่งที่ดังเข้ามาในหัว พร้อมกับแสงสว่างวาบและทุกอย่างก็มืดสงัด

           

อีทึกเหม่ออะไรของนายเนี่ย ไปกินข้าวกันเหอะหิวแล้ว  เสียงคนบางคนปลุกฉันจากภวังค์

 

อื้อ ไปสิ

 

ฉันพ้นจากห้วงความคิดของตัวเอง เมื่อได้ยินเสียงเรียกของคนๆหนึ่ง หนุ่มร่างใหญ่ผู้มีไหล่ที่กว้าง ตัวสูงยาว ผมซอยสั้นหน่อยๆสีดำเข้ม และดูเป็นคนอบอุ่นอย่างที่สุด คนที่ความสัมพันธ์ของเราดำรงอยู่ในฐานะของคำว่า เพื่อนนั่นเป็นสิ่งที่ทุกคนคิดว่าเราเป็นและเขาก็คงคิดเช่นนั้น แต่จริงๆแล้ว ใจของฉันกับขัดแย้ง สับสน และปฎิเสธความรู้สึกนี่ตลอดมา เพราะฉันรักเขามากเหลือเกิน เกินกว่าจะเป็นแค่เพื่อนกัน

                                                                         

นายอยากกินอะไรล่ะ คังอิน

 

 

………..

 

..

 

..

 

คนไข้เกิดความกระทบอย่างรุนแรงในจิตใจรวมทั้งการกระทบกระทั่งในสมองอย่างรุนแรงเช่นกันตอนประสบอุบัติเหตุนะครับ จึงเหมือนกับเจอภาพหลอนในเหตุการณ์ที่ทำให้เขาช๊อคอย่างรุนแรงหมุนเวียนรีเพลย์ซ้ำไปมาบุคคลในชุดกาวน์สีขาวทั้งตัวกล่าวเสียงเรียบ สายหัวอย่างสะเทือนใจกับภาพตรงหน้า

 

เขาจะหายไหมครับชายร่างหนาสแบถามอาการเพื่อน  เจามากับผู้หญิงผมดำยาวอีกคนที่กำลังกุมมือหนาของเขาด้วยสายตาที่เศร้าสร้อยและเสียใจเช่นกัน   ขณะมองดูผู้ป่วยทางจิตคนหนึ่งที่ละล่ำละลักเพ้อกับตัวเองพร้อม  คราบน้ำตาที่ไหลเอยู่บนใบหน้ายังคงชื้นอยู่ หากแต่บัดดลมันก็กลายเป็นรอยยิ้ม หรือใบหน้าที่หวาดกลัวสลับกันไป 

 

นายรู้มั๊ย พระจันทร์ต่างหากที่ต้องถามโลกว่าคิดกับเขายังไงคนป่วยกล่าวเบาๆ หันมาสบตาร่างหนา ดวงตาเอ่อชุ่มด้วยนำใสๆอีกครั้ง ก่อนร่างเรียวจะดิ้นพลาดและกรีดร้องอย่างทรมาน

edit @ 9 Dec 2008 15:13:34 by chocoalone

edit @ 9 Dec 2008 15:33:56 by chocoalone

edit @ 9 Dec 2008 23:16:05 by chocoalone

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ทำไมทำอย่างงี๊อีกแล้วอ่ะเธอ
ทำชั้นช็อกแบบ เฮือกเลย

เศร้ามากอ่ะคะ
เรื่องนี้บรรยายได้ซึ้งมากเลย
ตอนแรกนึกว่าจะน่ารักกุ๊กกิ๊กกันซะอีก
จิ้นไปโน่น...ว่าจะไปเที่ยวกันแล้วบอกรัก วี๊ดวิ้วน่าดู
แต่นี่อะไร เธอดันมาหักมุมกันอย่างงี๊ เฮือกอีกแล้ว!!!
ไม่น่าเลย...กระซิก

ชอบอินโทรของเรื่องนะ ซึ้งอ่ะ
พระจันทร์กับโลก ชอบมากเลย...surprised smile

#1 By MYSTAR on 2008-12-09 22:27

แกนี่ ชอบแต่งแนวช้ำใจจิงๆเล้ย
คนอ่านทำใจม่ะได้ มันเศร้า

พระจันทร์ หมุนรอบ โลก

แต่

โลก หมุนรอบ ตัวเอง และ ดวงอาทิตย์sad smile

#2 By ZzzzDaozzzZ (61.90.93.137) on 2008-12-09 23:04

เฮ้อ...

จบเศร้าว่ะ!

ไม่ชอบเลยจริงๆ

TT^TT

เรื่องนี้เศร้ากว่าเรื่องแรกอีกอ่ะเอม
ไม่ไหวจะเคลียร์...ทำใจไม่ทันเลยเหอะเอาจริงๆ
แต่ชอบที่ใช้พระจันทร์กะโลกมากๆอ่ะ
มันดูโรแมนติกดีนะ
แต่ก็ยิ่งทำให้เรื่องเศร้าอ่ะ...ไม่รู้ยังไงว่ะ
รู้แต่ว่าเศร้าจับจิต...TT^TT

ปล.ตอนจบคังอินไม่น่าคู่กะผู้หญิงเล้ย(ความอิจฉาส่วนตัว ฮ่าๆ)

#3 By niqueynick (125.24.35.111) on 2008-12-09 23:54

เห้อ.. จบเศร้าจังเลยอ่ะ T^T

แย่จัง ทำไมพี่หมีไม่เลือกทึกอ่าาา

สงสารทึกๆๆๆๆๆๆๆๆ T-T



ปล.เค้าเป็นเพื่อนนัทจ้า ชื่อไวส์นะ ^^

#4 By JSAnGelSM on 2008-12-14 23:39

เปน เซอไพรส์เอนดิ้งป่ะคะ

5555

อือ เรื่องนี้ คอนฟลิคค่ะ

5555

ชอบแนวเรื่องนะ สนุกดี

เส้าๆ ได้อารมค่า

พยายามต่อไปนะ

#5 By (58.9.159.84) on 2009-01-17 23:36